Instagram w/ visual impact
via The Broad Museum

View this post on Instagram

Is Lari Pittman’s Like You a lesson in organized chaos? A party? A protest? A gay-pride party? The work depicts an event in full swing — an upheaval of order, perhaps a riot or a parade with androgynous thong-wearing revelers and hands that could be praying or clapping. . Pittman’s monumentally scaled painting includes an array of socially acceptable gay clichés – “Fabulous!” “Little Black Dress” “Kiss Kiss!” Yet there is a protest in full swing, with books being held up like picket signs containing phrases such as “A Deep Funky-Funk” and “Like You, I Despair.” Rendered in exquisite detail, the overflowing canvas presents nuanced complexities. The city portrayed may even be Los Angeles in the aftermath of the 1992 riots. #LariPittman #PrideMonth #LAPride . Lari Pittman, Like You, 1995. © Lari Pittman, Douglas M. Parker Studio, Los Angeles

A post shared by The Broad (@thebroadmuseum) on

:::

Instagram w/ visual impact
via Limerick Institute of Technology

:::

Instagram w/ visual impact
via Dallas County CCD

:::

Tweet w/ visual impact
via Centennial College

:::

Instagram w/ visual impact
via Chulalongkorn University

View this post on Instagram

[#รู้ลึกกับจุฬาฯ] ‘คนไร้บ้าน’ ภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำของไทย ย่อ – จากการแชร์ต่อๆ กันในโลกโซเชียลว่า ในปี 2018 ไทยกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลกนั้น รัฐบาลได้ออกมาปฏิเสธว่าเป็นข้อมูลเก่า ตรงกันข้ามสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในไทยนั้นกำลังดีขึ้น แต่หากสังคมส่วนมากนั้นไม่เชื่อคำพูดของรัฐบาล อนรรฆ พิทักษ์ธานิน ผู้จัดการแผนงานพัฒนาองค์ความรู้และประธานยุทธศาสตร์เพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะคนไร้บ้าน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาคนไร้บ้าน สะท้อนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เป็นอย่างดี เพราะความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจคือสาเหตุสำคัญหนึ่งในการเข้าสู่ภาวะคนไร้บ้าน ทั้งในแง่ความยากจน ความไม่มั่นคงทางรายได้และการทำงาน รวมถึงการขาดสวัสดิภาพจากการว่างงาน รวมถึงปัจจัยที่เอื้อให้เกิดสภาพไม่เท่าเทียมในสังคม แม้ว่า จำนวนคนไร้บ้านในไทยไม่ได้สูงมากนัก อาจเป็นเพราะเรามีเศรษฐกิจนอกระบบอยู่มาก เช่น พวกหาบเร่แผงลอย แต่เมื่อรัฐได้มีการจัดระเบียบอาชีพเหล่านี้โดยไม่มีมาตรการรองรับ ก็อาจทำให้คนเหล่านี้มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะไร้บ้านได้เช่นกัน เราจึงควรตระหนักถึงแนวโน้มที่ความเหลื่อมล้ำจะเพิ่มขึ้นจากนโยบายของรัฐ เข้าใจสภาพปัญหาของคนไร้บ้าน ว่าเป็นปัญหาร่วมของสังคม รวมไปถึงลบภาพมายาคติเก่าๆ ที่มองว่าคนไร้บ้านนั้นเป็นคนขี้เกียจ ไม่ยอมทำงาน มีปัญหาทางจิต และอันตรายออกไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.chula.ac.th/cuinside/15373/

A post shared by Chulalongkorn University (@chulastagram) on

:::